Page 5 - วัฒนศิลปสาร ปีที่ ๑๗ (มิถุนายน ๒๕๖๔ - พฤษภาคม ๒๕๖๕) สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
P. 5
หน้า | 1
ย่านชุมชนเก่าอำเภอวารินชำราบ
่
ู
�
ั
ำ
่
้
ี
ั
ุ
กอุนัทจัะกล�วัถุงย�นัชมชนัเก�อุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บ จังหวัด้อุบลร�ชธ�นั จัะข้อุกล�วัถุงข้อุมลทวัไป
ั
่
ุ
ิ
่
ี
�
่
่
ำ
่
ก่อนที่จะกล่าวถึงย่านชุมชนเก่าอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จะขอกล่าวถึงข้อมูลทั่วไป
้
้
็
ำ
ำ
่
ำ
้
ำ
ั
�
ั
่
ำ
ิ
ิ
ุ
ข้อุงอุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บใหทร�บเปนัเบอุงตินักอุนั หลงจั�กนันัจังจัะนั�เสำนัอุย�นัชมชนัเก�อุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บ
่
่
�
ของอำเภอวารินชำราบให้ทราบเป็นเบื้องต้นก่อน หลังจากนั้นจึงจะนำเสนอย่านชุมชนเก่าอำเภอวารินชำราบ
้
ั
ิ
ั
�
ี
�
ิ
ี
ั
่
ิ
ิ
ั
ี
้
ในัมติติ�ง ๆ ในัอุด้ติทงด้�นัเศิรษฐกิจั สำงคม วัฒนัธรรมและวัถุชวัติ รวัมทงก�รเปลยนัแปลงด้�นัก�รคมนั�คม
ี
�
ิ
ในมิตต่าง ๆ ในอดีตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านการคมนาคม
ี
�
ิ
ทเกด้ข้นัจั�กก�รเปด้เสำนัท�งก�รเด้นัรถุไฟสำ�ยอุบลร�ชธ�นั
ิ
ี ในั พ.ศิ. 2473 ซึ่่งสำ่งผลให้เกิด้ควั�มเจัริญ
ุ
ิ
�
่
ี
�
้
ิ
ที่เกิดขึ้นจากการเปิดเส้นทางการเดินรถไฟสายอุบลราชธาน ใน พ.ศ. 2473 ซึ่งส่งผลให้เกิดความเจรญ
ด้�นัเศิรษฐกจัติ�มม� จั�กก�รทมคนัจันัได้ใชเสำนัท�งรถุไฟอุพยพเข้�ม�ติงหลกแหลงเพอุท�ก�รค�
้
�
ิ
้
้
ี
ี
้
้
้ ทำ�ให้เกิด้
ั
้
้
ำ
�
�
ั
ี
่
้
ด้านเศรษฐกิจตามมา จากการที่มีคนจีนไดใช้เสนทางรถไฟอพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งเพื่อทำการค้า ทำใหเกิดย่าน
้
�
ำ
่
ี ได้้มีก�รสำร้�งสำะพ�นัเสำรีประช�ธิปไติยเช้อุมระหวั่�งฝั่่ง
ั
�
ย�นัพ�ณิชยกรรมทสำ�คญ และติอุม�ในั พ.ศิ. 2497
่
ิ
�
ี
พาณิชยกรรมที่สำคัญ และต่อมาใน พ.ศ. 2497 ได้มการสร้างสะพานเสรีประชาธิปไตยเชื่อมระหว่างฝั่งอำเภอ
่
้
ำ
ำ
่
�
�
้
ำ
่
้
อุ�เภัอุเมอุงอุบลร�ชธ�นั และฝั่งอุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บ ซึ่งสำงผลใหเกด้ก�รเปลยนัแปลงโด้ยเฉพ�ะก�รข้นัสำงท�งเรอุ
ิ
ิ
ี
�
ุ
ี
่
เมืองอุบลราชธาน และฝั่งอำเภอวารินชำราบ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการขนส่งทางเรือ
ี
ี
่
ุ
ิ
ั
�
่
ติอุงปด้กจัก�รไป ปจัจับนัย�นัพ�ณิชยกรรมทเคยรงเรอุงในัอุด้ติโด้ยเฉพ�ะอุ�ค�รพ�ณิชยแบบยโรปได้เรมปด้ติวัลง
ิ
ี
ิ
้
ิ
้
ิ
ุ
์
ั
่
้
ิ
�
ุ
ต้องปิดกิจการไป ปัจจุบันย่านพาณิชยกรรมที่เคยรุ่งเรืองในอดีตโดยเฉพาะอาคารพาณิชย์แบบยุโรปได้เริ่มปิดตัวลง
�
ี
�
ิ
แติกยงมอุ�ค�รบ�งหลงทได้มก�รอุนัรกษโด้ยก�รปรบปรงซึ่อุมแซึ่มเพอุใหยงมกลนัอุ�ยข้อุงอุ�ค�รแบบยอุนัยค
้
้
ั
ี
ุ
ั
�
ั
ี
ั
ุ
่
้
์
ั
ี
้
็
่
ุ
แต่ก็ยังมีอาคารบางหลังที่ได้มีการอนุรักษ์โดยการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้ยังมีกลิ่นอายของอาคารแบบย้อนยค ุ
ุ
่
ั
�
็
์
ิ
ิ
�
ี
้
ิ
ิ
และกลบม�เปด้ใหบรก�ร เชนั อุ�ค�รไม 3 ชนัทเปนัโรงแรมเวัฬ�วั�รนั และอุ�ค�รพ�ณิชยทรงยโรป
้
ั
และกลับมาเปิดให้บริการ เช่น อาคารไม้ 3 ชั้นที่เป็นโรงแรมเวฬาวาริน และอาคารพาณิชย์ทรงยุโรป
ำ
่
�
ิ
�
้
่
ุ
แถุวัถุนันัทห�รและถุนันัสำถุตินัม�นัก�ร ซึ่งจั�กก�รเสำวันั�เรอุงย่�นัชมชนัเก�อุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บ
ิ
ำ
ิ
แถวถนนทหารและถนนสถิตนิมานการ ซึ่งจากการเสวนาเรื่องย่านชุมชนเก่าอำเภอวารินชำราบ
ิ
ิ
ำ
�
�
่
ู
ำ
่
ิ
เม้อุวัันัที 15 มถุุนั�ยนั 2564 ได้้มข้้อุเสำนัอุแนัะในัก�รบรห�รจััด้ก�รย�นัชมชนัเก�อุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บในัรปแบบ
ี
ุ
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 ได้มีข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการย่านชุมชนเก่าอำเภอวารินชำราบในรูปแบบ
้
่
่
็
ั
่
่
ี
ติ�ง ๆ ใหเปนัแหลงเรยนัรูและแหลงทอุงเทียวัทีสำำ�คญติอุไป
�
้
่
�
ต่าง ๆ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่อไป
ข้อมูลทั่วไปอำเภอวารินชำราบ
ประวัติความเป็นมา
ในั พ.ศิ. 2423 รัชก�ลท 5 ทรงพระกรณิ�โปรด้เกล�ฯ ให้ยกบ�นันั�ค�เอุ้อุกกอุนัจัอุ ข้นัเป
็็นั
ุ
้
�
ำ
่
ใน พ.ศ. 2423 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยก บ้านน้ำคำเอือกกอนจอ ขึ้นเปน
ำ
�
ี
�
้
์
ุ
ำ
็
์
ิ
เมอุงวั�รนัทรช�ร�บ แติงติงให พระก�จัรจัติรงค เปนัเจั�เมอุง ข้นักบเมอุงนัครจั�ป�ศิกด้
ั
�
ิ อุยติ่อุม�ได้้ 6
ู
เมืองวารินทร์ชำราบ แต่งตั้งให้ พระกำจรจตุรงค์ เป็นเจ้าเมือง ขึ้นกับเมืองนครจำปาศักด อยู่ต่อมาได้ 6 ปี ปี
์
่
ิ
่
้
้
�
้
ำ
ั
้
ำ
่
ั
้
�
้
ิ
์
ั
ำ
่
ั
ำ
่
ั
ี
ี
้
้
่
ำ
ุ
ิ
ุ
เจั�เมอุงวั�รนัทรช�ร�บ (ปจัจับนั คอุติ�บลวั�รนั อุ�เภัอุศิรเมอุงใหม จังหวัด้อุบลร�ชธ�นั) ไมพอุใจัจัะท�ร�ชก�ร
้
ำ
เจ้าเมืองวารินทร์ชำราบ (ปัจจุบัน คือตำบลวาริน อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี) ไม่พอใจจะทำราชการ
ั
ี
ิ
่
้
�
์
ั
้
ั
ี
ั
กับเมืองนครจำปาศักดิ์ จึงขอย้ายมาสังกัดเมืองเขมราษฎร์ธานีพร้อมกับเมืองเสมี๊ยะ ในปี พ.ศ. 2440
้
กบเมอุงนัครจั�ป�ศิกด้ จังข้อุย�ยม�สำงกด้เมอุงเข้มร�ษฎรธ�นัพรอุมกบเมอุงเสำมยะ ในั พ.ศิ. 2440
ั
�
้
ำ
้
ิ
็
ุ
ำ
ำ
์
ำ
ี
ำ
์
ิ
กระทรวงมหาดไทยได้ลดฐานะเมืองวารินทร์ชำราบลงเป็นอำเภอวารินทร์ชำราบ โดยมีพระกำจรจัตุรงค์เป็นเจา ้้�
กระทรวังมห�ด้ไทยได้้ลด้ฐ�นัะเม้อุงวั�รนัทรช�ร�บลงเปนัอุ�เภัอุวั�รนัทรช�ร�บ โด้ยมพระก�จัรจััติรงคเปนัเจั
็
์
ั
้
�
เมือง ต่อมา พ.ศ. 2445 เป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองเมืองอุบลราชธานี {ที่ว่าการอำเภอหลังแรกสร้างเมอ
ื�อุ
่
่
ี
็
่
่
เม้อุง ติอุม� พ.ศิ. 2445 เปนัสำวันัหนังข้อุงเข้ติก�รปกครอุงเม้อุงอุุบลร�ชธ�นั {ที�วั�ก�รอุ�เภัอุหลงแรกสำร�งเม้
ำ
่
ั
พ.ศิ. 2451 ใชช้อุวั� อุ�เภัอุทกษณิปลนัคม ผูด้�รงติ�แหนังนั�ยอุ�เภัอุคนัแรก ค้อุ ท�วัธรรมกติิก� (เปย สำวัรรณิกฏ)}
้
ิ
ิ
่
้
พ.ศ. 2451 ใช้ชื่อว่า อำเภอทักษิณูปนิคม ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอคนแรก คือ ท้าวธรรมกิติกา (เป้ย สุวรรณกูฏ)}
ำ
�
ุ
ำ
้
่
ำ
ู
ิ
ำ
ู
้
์
้
์
์
้
ิ
็
ิ
ในปี 2445 สมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค
พ.ศิ. 2445 สำมเด้จัพระเจั�บรมวังศิเธอุ กรมหลวังสำรรพสำทธประสำงค ผูสำำ�เรจัร�ชก�รแทนัพระอุงค
็
์
่
็
่
้
่
แบงเมอุงอุบลร�ชธ�นัอุอุกเปนั 4 อุ�เภัอุ (เนัอุงจั�กเปนัเมอุงข้นั�ด้ใหญเทยบได้กบหวัเมอุงชนัเอุกและข้นัติรงติอุ
ี
ั
ั
ำ
ี
้
ุ
ั
้
�
้
�
้
็
�
แบ่งเมืองอุบลราชธานออกเป็น 4 อำเภอ (เนื่องจากเป็นเมืองขนาดใหญ่เทียบได้กับหัวเมืองชั้นเอกและขึ้นตรงตอ ่ ่
ี
ุ
ำ
็
�
ำ
ั
่
ี
ิ
กรุงเทพมห�นัคร และเปนัทติ�ง “ศิ�ล�วั�ก�รมลฑลอุสำ�ณิ”) ค้อุ อุ�เภัอุบพูปลนัิคม (อุ�เภัอุบูรพ�อุุบล)
กรุงเทพมหานคร และเป็นที่ตั้ง “ศาลาว่าการมลฑลอิสาณ”) คือ อำเภอบุพูปลนิคม (อำเภอบูรพาอุบล) อำเภอ
อุ�เภัอุอุติรูปลนัิคม (อุ�เภัอุอุด้รอุุบล) อุ�เภัอุปจัมูปลนัิคม (อุ�เภัอุปจัิมอุุบล) และ อุ�เภัอุทักษณิูปลนัิคม
ำ
ำ
ุ
ุ
ำ
ิ
ิ
ำ
ำ
อุตรูปลนิคม (อำเภออุดรอุบล) อำเภอปจิมูปลนิคม (อำเภอปจิมอุบล) และ อำเภอทักษิณูปลนิคม (อำเภอทักษิณ
ิ
ั
ำ
ำ
ิ
่
ี
�
ั
(อุ�เภัอุทกษณิอุุบล) โด้ยนั�ยอุ�เภัอุทั�ง 4 อุ�เภัอุจัะปฏบติิหนั�ทีร�ชก�ร ณิ “ศิ�ล�วั�ก�รเม้อุงอุุบลร�ชธ�นั”
้
ำ
อุบล) โดยนายอำเภอทั้ง 4 อำเภอจะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ “ศาลาว่าการเมืองอุบลราชธานี” (ระลึก ธาน, ี
2554) ครั้นถึง พ.ศ. 2454 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย รับพระราชโองการยุบ
(ระลก ธ�นั, 2554) ครนัถุง พ.ศิ. 2454 สำมเด้็จักรมพระย�ด้�รงร�ช�นัุภั�พ เสำนั�บด้ีกระทรวังมห�ด้ไทย
ั
่
ำ
ี
่
�
ิ
ั
ั
ิ อุำ�เภัอุบูรพ�อุุบลและอุำ�เภัอุพิมูลมังษ�ห�ร
์
ำ
ุ
อำเภอวารินทร์ชำราบ โดยให้ไปรวมกับ อำเภอบูรพาอุบลและอำเภอพมูลมังษาหาร และเมื่อ พ.ศ. 2456 สมัยของ
รบพระร�ชโอุงก�รยบอุ�เภัอุวั�รนัทรช�ร�บ โด้ยใหไปรวัมกบ
ำ
้
์
์
ุ
�
ั
ุได้้ย�ยทีวั่�ก�รอุำ�เภัอุ
่
ู
และเม้�อุ พ.ศิ. 2456 สำมยข้อุงข้นัภัมพพฒนัเข้ติร (แทง เหมะนััค) ซึ่่งเปนันั�ยอุ�เภัอุคนัที 2
ำ
ิ
ิ
ั
�
็
้
�
ขุนภูมิพิพัฒน์เขตร์ (แท่ง เหมะนัค) ซึ่งเป็นนายอำเภอคนที่ 2 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอทักษิณอบลจากฝั่งอำเภอเมือง
้
�
้
�
ี
ั
ุ
้
�
่
ี
่
ู
่
็
ำ
�
่
ำ
�
ั
�
ำ
ำ
้
ุ
ทกษณิอุบลจั�กฝั่งอุ�เภัอุเมอุงอุบลร�ชธ�นั ข้�มแมนั�มลม�ติงอุยทบ�นัค�นั�แซึ่บ ติ�บลธ�ติ แลวัเปลยนัชอุใหมเปนั
ิ
ี
�
ู
ุ
ำ
้
้
อุบลราชธานี ข้ามแม่น้ำมูลมาตั้งอยู่ที่บ้านคำน้ำแซบ ตำบลธาตุ แลวเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อำเภอวารินทร์ชำราบ
ำ
์
ั
ำ
้
้
�
ิ
ู
ี
ุ
�
ิ
�
ิ
ำ
ั
ุ
�
้
์
อุ�เภัอุวั�รนัทรช�ร�บ โด้ยนั�เอุ�ชอุเมอุงวั�รนัทรช�ร�บทเคยถุกยบไป ม�ติงแทนัชอุอุ�เภัอุทกษณิอุบล และในัเวัล
ำ
ำ
โดยนำเอาชื่อเมืองวารินทร์ชำราบที่เคยถูกยุบไป มาตั้งแทนชื่ออำเภอทักษิณอุบล และในเวลาต่อมาเปลี่ยนมาใช้ชือ ่�
�
ำ
้
่
่
ิ
ติอุม�เปลียนัม�ใชช้อุวั� “อุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บ” (อุ�เภัอุวั�รนัช�ร�บ, อุอุนัไลนั)
ำ
�
ำ
ว่า “อำเภอวารินชำราบ” (อำเภอวารินชำราบ, ออนไลน์) ิ ำ ์
วารสารวัฒนศิิลปสาร ปีที่่� 17
ำ
ย่านชุุมชุนเก่่า...อำำาเภอำวาริินชุาริาบ 3
่